11 December 2017

ปิดฉาก ครม.สัญจรโคราชชื่นมื่น ! “นายกตู่” หยอดคำหวานชาวอีสาน โคราชรับอานิสงค์อื้อ (ชมคลิป)



Post on: Aug 23, 2017
เปิดอ่าน: 118 ครั้ง

ปิดฉากประชุม ครม.สัญจร โคราช “บิ๊กตู่” หยอดคำหวาน ดีใจประทับใจ ชอบโคราช  เผย ครม.อนุมัติโครงการขนาดใหญ่ ทั้ง ยกระดับรถไฟทางคู่ช่วงผ่านตัวเมือง,เร่ง เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม, ,เดินหน้ามอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราชและติดตาม คืบหน้ารถไฟความเร็วสูง ส่วนโคราชผันน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ มาลำตะคอง รับทราบในหลักการ

ประชุมครม สัญจรโคราช-5วันนี้ (22 ส.ค.) เวลา 13.30 น.ที่บริเวณห้องโถงชั้น 1 อาคารสุรสัมมนาคาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์  จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร)  ว่า การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ตนมีความรู้สึกที่ดีกับชาวอีสาน และได้ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ จึงขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มา

“ผมอยากขอบคุณและดีใจที่ได้มา ผมไม่ได้ต้องการว่าจะท่านจะสนับสนุนผมหรือไม่ ผมประทับใจทุกอย่างที่เป็นโคราช ไม่ว่าจะผู้คน อาหารการกิน สถานที่ น้ำใจไมตรี ถือว่านี่คือดินแดนของประเทศไทยที่มีความสุข แม้จะมีรายได้น้อย ผมก็ยิ่งต้องทำให้เขา และแผ่นดินผืนนี้เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ เพราะบรรพบุรุษไทยตายทับถมไปเท่าไรก็ไม่รู้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์   กล่าวอีกว่า การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ได้มีมติเกี่ยวกับการจัดหาเครื่องมือเพื่อใช้ในการขุดหาแหล่งน้ำเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีเครื่องมือเตรียมการจัดเก็บน้ำ นอกจากนี้ยังจัดหาเครื่องมือด้านการเก็บเกี่ยวให้สหกรณ์การเกษตร เนื่องจากรัฐบาลจำเป็นต้องเร่งรัดโครงการประชารัฐ ส่วนการท่องเที่ยวนั้นมีปัญหาด้านความเสื่อมโทรม ตนจึงสั่งการให้ปรับปรุงซ่อมแซมและอำนวยความสะดวกในการเดิน เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวยังอยู่ห่างไกลกัน เพื่อเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว และได้สั่งการให้ทุกภาคขึ้นทะเบียนแหล่งท่องเที่ยวว่ามีสถานที่ใดเป็นจุดเด่นน่าสนใจบ้าง โดยจัดลำดับ 5 แห่งต่อภูมิภาค และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศ เพื่อทำการประชาสัมพันธ์ดึงคนเข้ามาเที่ยวประชุมครม สัญจรโคราช-2นอกจากนี้ ครม.มีมติอนุมัติงบประมาณ 2,600 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการสร้างทางรถไฟรางคู่ยกระดับ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการจราจรในตัวเมืองนครราชสีมา ส่วนจังหวัดอื่นที่มีปัญหาการจราจรก็จะพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป  สำหรับการพบปะผู้ว่าราชการจังหวัด 20 จังหวัดนั้น ตนได้กำชับให้รับทราบปัญหาว่าศักยภาพของภาคอีสานเป็นอย่างไร มีพื้นที่จำนวนเท่าไร มีรายได้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก รวมถึงปัญหาด้านน้ำท่วม ปัญหาฝนแล้ง ทั้งนี้ ภาคอีสานมีศักยภาพและความเสี่ยง ดังนั้นการทำงานต้องศึกษายุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป โดยทุกภาคส่วนต้องทำความเข้าใจร่วมกัน

ประชุมครม สัญจรโคราช-3 หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้ามาถ่ายรูปกับกลุ่มสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี โดยหยอกล้อว่า “ใครไม่ถ่ายเดี๋ยวน่าดู” ก่อนจะร่วมถ่ายรูปในหลายอิริยาบถ พร้อมระบุว่า “ไม่รักฉันก็อย่าเกลียดฉัน” ก่อนหันไปสั่ง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าให้คอยดูด้วยว่ามีสื่อคนใดเอาภาพของตัวเองไปล้อเล่น ก่อนที่จะทดลองเป็นช่างภาพโทรทัศน์ โดยระบุว่าอยากรู้ว่ามันยากและลำบากแค่ไหน พร้อมสวมวิญญาณนักข่าวทดลองตั้งคำถามกลับสื่อมวลชนใน 2 ประเด็น คือ “ขอทราบเรื่องการบริหารจัดการน้ำ และการปฏิรูปประเทศว่าควรมีและต้องร่วมมือกันหรือไม่ ทั้งต้นทาง กลางทางและปลายทาง วันนี้ต้องร่วมมือกันตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ จะทำเฉพาะต้นน้ำไม่ได้ เดี๋ยวปลายก็เล่นกันสบาย”  จากนั้นได้เดินทางไปขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ขณะที่ห้องแถลงข่าวซึ่งอยู่ถัดไปจากห้องโถงที่ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ทีมโฆษกรัฐบาล นำโดย นายกอบศักดิ์  ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 34/2560 นอกสถานที่ ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมาว่า

1503421644809

โครงการที่ ครม.อนุมัติในการประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วย โครงการที่ 1 เรื่องโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 2 เส้นทางคือ บางปะอิน – นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี  เป็นโครงการสำคัญต่อประชาชนชาวอีสาน โดยกรมทางหลวงดำเนินการและให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินการและบำรุงรักษา ซึ่งรัฐบาลตั้งใจจะให้โครงการนี้แล้วเสร็จในปี 2563 โครงการมี 3 ส่วนคือ งานโยธา งานดำเนินการและบำรุงรักษา และงานที่เกี่ยวข้องกับตัวพื้นที่เรสแอเรีย เรื่องที่ 2  คือ โครงการระบบรถไฟความเร็วสูงเชื่อมภูมิภาคช่วงกรุงเทพ-หนองคาย  ระยะที่ 1 กรุงเทพ-นครราชสีมา  เรื่องที่ 3 การอนุมัติเงินสำรองจ่าย จากงบกลางเพื่อฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน ปี 2560 จำนวน 2,107 ล้านบาทให้ดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้พื้นที่และเส้นทางคมนาคมได้รับความเสียหาย ครอบคลุมเส้นทางของกรมทางหลวงในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 23 จังหวัด และเส้นทางของกรมทางหลวงชนบท จำนวน 17 จังหวัด ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางคมนาคม และลดภาระที่เกิดขึ้นต่อระบบคมนาคมขนส่ง และโลจิสติกส์ เพื่อฟื้นฟูให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ประชุมครม สัญจรโคราช-3-1ที่สำคัญ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับว่า เวลาซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมให้ทำเส้นทางน้ำให้เรียบร้อยด้วย และกำหนดดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนช่วงหน้าฝนถัดไป สำหรับความเสียหาย แบ่งออกเป็น เส้นทางของกรมทางหลวง จำนวน 119 เส้นทาง , เส้นทางของกรมทางหลวงชนบท จำนวน 147 เส้นทาง และสำนักงานกรมการขนส่งทางบก 1 แห่ง รวมเป็นเงินที่ต้องใช้ซ่อมแซมบูรณะทั้งหมด จำนวน  3,571.7 ล้านบาท ซึ่งจะใช้งบกลางที่อนุมัติในปี 2560 จำนวน 2,101.5 ล้านบาท มีความตั้งใจจะดูแลจังหวัดในภาคอีสานของกรมทางหลวงทั้งหมด 23 จังหวัด และทางหลวงชนบทอีก 17 จังหวัด เป็นต้น เหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการช่วยลดความเดือดร้อนของประชาชน

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร  ยังได้รับทราบรายงานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. และข้อเสนอแผนงานโครงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งวันนี้ได้มีการรายงานผลการประชุม กนช.ครั้งที่ 2 ที่มีการประชุมไปเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2560 ให้คณะรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบในการกำหนดพื้นที่ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาอุทกภัยและปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนทั้งหมด 8 พื้นที่ รายละเอียดทางกรมทรัพยากรน้ำในฐานะฝ่ายเลขานุการ กนช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งทั้งประเทศ และพบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 84.2 ล้านไร่คิดเป็น 26.5 ของพื้นที่ทั้งประเทศ  โดยพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีทั้งสิ้น 40.9 ล้านไร่คิดเป็นร้อยละ 49 ของพื้นที่ทั้งหมด สำหรับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยทั้งประเทศมี 45.4 ล้านไร่คิดเป็น 14% และเป็นพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15.9 ล้านไร่คิดเป็น 35% ของพื้นที่ทั้งประเทศ ทั้งนี้ได้กำหนดพื้นที่แก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบทั้งหมด 8 พื้นที่ ครอบคลุม 18 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดในลุ่มน้ำเลยตอนล่าง ลุ่มน้ำเลยห้วยหลวง ลุ่มน้ำแม่น้ำสงคราม ลุ่มน้ำพุงน้ำก่ำ ลุ่มน้ำชีตอนบน ลุ่มน้ำชีตอนกลาง ลุ่มน้ำมูลตอนบน และลุ่มน้ำมูลตอนล่าง

ประชุมครม สัญจรโคราช-4 ทั้งนี้ยังมีวาระที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของแผนการพัฒนาจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นการหารือต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรีทุกกระทรวง และการได้รับฟังข้อเสนอของส่วนราชการและเอกชนในพื้นที่ โดยทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้มีการรวบรวมข้อเสนอในโครงการต่างๆ จัดทำมาเป็นแผนพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสนอให้ที่ประชุมครม.เห็นชอบ

ส่วนวาระอื่นๆ ที่สำคัญ มีทั้งกระทรวงการคลังเตรียมเสนอปรับเปลี่ยนการจัดเก็บอัตราพิกัดอัตราภาษีหลายรายการตาม  พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ในการปรับโครงสร้างกรมสรรพสามิต เพื่อลดอัตราภาษีหลังจากได้ปรับสูตรคำนวณแบบราคาขายปลีกแนะนำ เช่นเดียวกับคณะกรรมการนโยบายการให้ให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) เสนอขออนุมัติโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน- นครราชสีมาและสายบางใหญ่กาญจนบุรี ในส่วนของการให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา

ด้านกระทรวงคมนาคม เสนอการปรับแผนก่อสร้างยกระดับเส้นทางรถไฟทางคู่ บริเวณจุดผ่านตัวเมืองนครราชสีมา และโครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาโครงสร้างประชุมครม สัญจรโคราช-5พื้นฐานทางรถไฟความเร็วสูง กทม. – หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วง กทม.- นครราชสีมา ในส่วนของสัญญาควบคุมงาน และสัญญาการออกแบบ พร้อมกับเสนอของบแนวทางการฟื้นฟูเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ วงเงินรวม 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็น การของบกลางปี 60 จำนวน 2,100 ล้านบาท และขอเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณของกระทรวงคมนาคมจากส่วนอื่นมาใช้เพื่อการฟื้นฟูอีก 1,400 ล้านบาท

ส่วนโครงการผันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มายัง อ่างเก็บน้ำลำตะคอง นั้น ครม.รับทราบหลักการ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาในรายละเอียด