19 February 2018

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! เด็กป.4 โคราชยากจนรถชนแม่ตายเจ้าตัวโคม่าสมองบวม เหลือแค่ยายวัย 74 ปีคอยดูแล (ชมคลิป)



Post on: Feb 5, 2018
เปิดอ่าน: 21,505 ครั้ง

 

ผู้ว่าฯ โคราชรุดเยี่ยมพร้อมให้การช่วยเหลือเด็ก ป.4 โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ประสบอุบัติเหตุสมองบวม แม่เสียชีวิต ขาดเสาหลักในครอบครัวพ่อทิ้งไปตั้งแต่อยู่ชั้นอนุบาล  เผยฐานะยากจนชีวิตสุดรันทดเหลือแค่ยายอายุ 74  ปีที่จะต้องมาเลี้ยงดูแทน มีรายได้จากเบี้ยยังชีพคนชราเท่านั้น

ผู้ว่ารุดช่วยเหลือเด็กนร--web1วันนี้(5 ก.พ.) เวลา 13.30 น. ที่ห้องอายุรกรรมเด็ก ชั้น 4 อาคาร 8 ชั้น โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ตัวแทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา คณะผู้บริหารและครูจากโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา นำโดยนางชมนาท รุ่นใหม่ รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ซึ่งเป็นตัวแทนนายปฏิพัทร ทองเทียนวิเศษ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ  เดินทางเข้าเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือ ด.ช.อภิลักษณ์  หรือ น้องฮาเล่ย์  ทรัพย์ไพศาลสิน อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4/6 โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ที่ประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บสาเหตุ ทางสมอง และแม่ที่เป็นเสาหลักของครอบครัวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้นายวิเชียร ได้มอบเงินส่วนตัวจำนวน  5,000 บาทช่วยเหลือครอบครัวเบื้องต้นและทางเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ได้มอบเงิน 5,000 บาท พร้อมสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ นอกจากนี้ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มอบเงินช่วยเหลืออีก 3,000 บาท และได้ให้การช่วยเหลือเป็นรายเดือน ๆ ละ 2,000 บาทจนกว่า ด.ช.อภิลักษณ์ จะอายุครบ 18 ปี

ผู้ว่ารุดช่วยเหลือเด็กนร--web2

ผู้ว่ารุดช่วยเหลือเด็กนร--web3นายวิเชียร  กล่าวว่า จากการสอบถามอาการทางคณะแพทย์ที่ให้การรักษาเด็กทราบว่า เด็กมีภาวะกะโหลกร้าว มีแผลบริเวณคิ้ว ขอบตาเขียว ส่วนตามร่างกายไม่พบบาดแผล อาการโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี สมองอาจจะได้รับความกระทบกระเทือนแต่ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่น่ากังวลเนื่องจากเด็กตอบสนองดี ขยับแขนขยับขาได้ปกติ แผลชั้นนอกใช้เวลารักษาประมาณ 1 เดือน แต่กะโหลกชั้นในอาจใช้เวลารักษาอย่างน้อย 3 เดือน แต่เนื่องจากเด็กอาศัยอยู่กับคุณยายอายุเกือบ 80 ปี ไม่มีอาชีพอะไรเป็นหลักมีรายได้จากเงินเบี้ยผู้สูงอายุ ฉะนั้นเราจึงใช้เงินสงเคราะห์ครอบครัวนี้เดือนละ 2,000 บาท จนกว่าเด็กจะอายุ 18 ปีเพื่อให้น้อยอยู่กับคุณยายและครอบครัวได้นอกจากนี้ทางโรงเรียนอนุบาลยังช่วยรับบริจาคจากผู้ปกครองมามอบให้อีกกว่า 2.5 แสนบาท จากกนี้ไปคงจะหารือกับคณะครูในการเข้ามาช่วยดูและเงินจำนวนดังกล่าว ส่วนคดีจะติดตามให้อีกครั้ง ขณะนี้ยังไม่มีใครแจ้งเด็กว่าแม่ได้เสียชีวิตแล้วเพราะจะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กได้

“ดูครอบครัวเด็กน่าสงสารมาก เพราะเด็กเค้าอยู่กับแม่และยายซึ่งอายุมากแล้ว ถ้าไม่ช่วยเด็กก็คงลำบากมาก ฉะนั้นต้องช่วยกันตามดูแลเพื่อให้เค้ามีชีวิตรอดไปให้ได้ ซึ่งเราจะตามดูแล” นายวิเชียร กล่าว

ผู้ว่ารุดช่วยเหลือเด็กนร--web4

ผู้ว่ารุดช่วยเหลือเด็กนร--web5สำหรับอุบัติเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมาที่บริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลอุบลรัตน์ ขณะที่นางวลัยลักษณ์ แพทยารักษ์  อายุ 43 ปี มารดา กำลังขับรถไปสู่ลูกที่โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมาโดยมีน้องฮาเล่ย์นั่งซ้อนท้าย ขณะขับมาถึงจุดเกิดเหตุ มีรถยนต์เก๋งได้พุ่งชนท้ายอย่างจังทำให้นางวลัยลักษณ์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ส่วนน้องฮาเล่ย์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว  โดยครอบครัวของน้องฮาเล่ย์ ฐานะค่อนข้างยากจน พักอยู่บ้านเช่าในชุ่มชนสืบศิริ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา  แม่มีรายได้จากการขายเมี่ยงคำวันละไม่กี่ร้อยบาทและเลิกลากับพ่อน้องฮาเล่ย์ตั้งแต่อยู่ชั้นอนุบาล  นางวลัยลักษณ์จึงเป็นเสาหลักของครอบครัว ทั้งนี้หากท่านใดจะร่วมบริจาคช่วยเหลือน้องอาเล่ย์ สามารถบริจาคผ่านบัญชี โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา ธนาคารกรุงไทยสาขานครราชสีมา  บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 301-1-19476-9 ได้ทุกวัน หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ นางชมนาท รุ่นใหม่ รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ 081-977-8635

ผู้ว่ารุดช่วยเหลือเด็กนร--web6

ผู้ว่ารุดช่วยเหลือเด็กนร--web7

ผู้ว่ารุดช่วยเหลือเด็กนร--web8

ผู้ว่ารุดช่วยเหลือเด็กนร--web9

ผู้ว่ารุดช่วยเหลือเด็กนร--web10

ผู้ว่ารุดช่วยเหลือเด็กนร--web11