24 May 2018

สสภช.จับตาแผนปฏิรูปสื่อชี้รัฐบาลสอดไส้ ไม่ยึดหลักการ จี้เร่งแก้ที่มากรรมการสรรหา



Post on: May 15, 2018
เปิดอ่าน: 69 ครั้ง

จี้รัฐทบทวนแผนปฏิรูปสื่อวันนี้ (14 พ.ค.61)ที่โรงแรมดุสิตเพลส กรุงเทพฯ  นายเกษม แก้วบริสุทธิ์ ประธานสภาวิชาชีพสื่อมวลชนภูมิภาคแห่งชาติ (สสภช.)  พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนภูมิภาคแห่งชาติ ได้ร่วมกันแถลงจุดยืนต่อแผนปฏิรูปสื่อ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนภูมิภาคแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2561 โดยระบุว่า สภาวิชาชีพสื่อมวลชนภูมิภาคแห่งชาติ (สสภช.) ซึ่งรวมสื่อมวลชนภูมิภาคจากทั่วประเทศกว่า100 องค์กร เฝ้ามองการร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชนด้วยความตั้งใจและให้กำลังใจ เห็นความสำคัญว่าจะเป็นแนวทางในการดำเนินการของสื่อมวลชนทั้งประเทศ สสภช.เข้าร่วมในการเสนอความเห็นในแผนปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่อง ยืนยันและเห็นด้วยในหลักการควบคุมกันเอง (Self-regulate) ที่คณะกรรมการร่างแผนปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศได้ประกาศไว้

หลังประกาศใช้แผนปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชนในราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2561  สสภช.ได้ใช้เวลาศึกษารายละเอียด และพบว่าแผนปฏิรูปได้เสนอแนวทางที่ขัดกับหลักการควบคุมกันเอง (Self-regulate) ตามที่ผู้ประกอบการวิชาชีพสื่อมวลชนได้เห็นพ้อง และมอบอำนาจให้กับกรรมการร่างฯภายใต้ความเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการร่างฯจะดำเนินการตามแนวทางที่มีฉันทามติร่วมกันดังประเด็นต่อไปนี้

จี้รัฐทบทวนแผนปฏิรูปสื่อ1แผนปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชนกำหนดให้มี”คณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ทำหน้าที่ควบคุมดูแลและกำกับกันเองในหมู่ผู้ประกอบวิชาชีพ แต่กลับกำหนดให้”คณะกรรมการสรรหา”กรรมการสภาวิชาชีพ มาจากคณบดี หัวหน้าภาควิชา หรือผู้แทนคณะภาควิชาทางด้านนิเทศศาสตร์ เท่านั้นทั้ง9คน โดยไม่มีสื่อมวลชนเข้าร่วม ย่อมขัดกับหลักการควบคุมกันเอง (Self-regulate) แต่ต้น เพราะหากยึดหลักควบคุมกันเองตามสากล องค์กรควบคุมกันเองของสื่อมวลชน ย่อมต้องมีที่มาจากสื่อมวลชน เช่นเดียวกับที่ดำเนินการในกลุ่มแพทย์ วิศวกร สถาปนิก ทนายความ ฯ

อนึ่งสัดส่วนกรรมการสภาวิชาชีพ ซึ่งจะเป็นองค์กรหลักในการควบคุมกันเองของสื่อมวลชน ประกอบด้วยกรรมการ9คน ในจำนวนนั้นมีสื่อมวลชนเพียง5 คน ซึ่งแม้จะขัดกับหลักการควบคุมกันเอง เพราะมีตัวแทนจากภายนอกเข้าร่วม  แต่ สสภช.น้อมรับในสัดส่วนดังกล่าว เพราะเชื่อว่าภาคประชาชนที่เข้าร่วม จะทำงานร่วมกับสื่อมวลชนภายใต้หลักการควบคุมกันเองได้อย่างไร้อคติ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมร่วมกัน

แผนปฏิรูปประเทศกำหนดว่าต้องมีการร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรมและวิชาชีพสื่อมวลชน เพื่อใช้บังคับควบคุมการทำงานของสื่อมวลชนทั้งประเทศ โดยกำหนดให้ร่างและประกาศใช้ภายในปี2561 แต่จนถึงปัจจุบันสื่อมวลชนไม่มีโอกาสรับรู้ถึงความคืบหน้าในการร่างกฎหมายดังกล่าว ไม่มีส่วนร่วมในการร่าง และรับทราบเนื้อหาของกฎหมายที่จะนำมาบงคับใช้กับสื่อมวลชนทั่วประเทศ

จี้รัฐทบทวนแผนปฏิรูปสื่อ3สสภช.ตระหนักดีว่าแผนปฏิรูปประเทศ ไม่ได้มีฐานะเป็นกฎหมายหากแต่เป็นแนวทาง(guideline) ในการดำเนินการ ซึ่งสามารถแก้ไขปรับเปลี่ยนได้ตามสมควร สสภช. จึงเสนอต่อปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบในการกำหนดแผนดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ กับเป็นผู้รักษาการก่อนการได้มาซึ่งกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ให้พิจารณาดังต่อไปนี้

1.ทบทวนที่มาของกรรมการสรรหากรรมการสภาวิชาชีพ โดยยึดหลักควบคุมกันเองอย่างเคร่งครัด

2.เปิดเผย เปิดโอกาส ให้สื่อมวลชน และสาธารณชน ได้เข้าถึงและรับทราบรายละเอียดของกระบวนการร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและวิชาชีพสื่อมวลชน เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้แสดงความคิดเห็นต่อกฎหมายที่จะมีผลบังคับใช้ต่อวิชาชีพนี้ และที่จะมีผลต่อผู้รับสารและสังคมวงกว้างในระยะยาวจี้รัฐทบทวนแผนปฏิรูปสื่อ4

สสภช.ตั้งมั่นในสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน สิทธิของประชาชนในการรับรู้ข่าวสารที่เป็นจริงและเที่ยงธรรม ภายใต้หลักการควบคุมกันเอง  และยินดีจะปฏิบัติตามภายใต้หลักการใดๆก็ตาม ที่จะส่งเสริมให้สื่อมวลชนได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์ เพื่อประโยชน์ของสาธารณชน และพร้อมจะท้วงติงในสิ่งที่ขัดกับหลักการข้างต้น

จี้รัฐทบทวนแผนปฏิรูปสื่อ2