24 May 2018

ดร. บุญมา พารวย

1517982572699

ส่องชีวิต 1,000 ล้าน  ดร.บุญมา อิ่มวิเศษ” ( ตอนที่ 1 )

 

สวัสดีครับ … พบกันฉบับปฐมฤกษ์ กับ คอลัมน์  “ ดร.บุญมา พารวย ”  ใน  WWW.KORATTIMES.COM  เว็บไซต์ข่าวอันดับหนึ่งของคนโคราช  กับผม  ผศ.ดร.บุญมา  อิ่มวิเศษ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สตาร์เวลล์ จำกัด

ผมเกิดและเติบโตมาจากครอบครัวชาวนา ใน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ  ก้าวผ่านอุปสรรคขวากหนามนานัปการ ร้อน ฝน หนาว ทุกฤดูที่ผันผ่านทำให้ชีวิตแข็งแกร่งขึ้น เรียนรู้สั่งสมประสบการณ์การทำงานฝ่าฟันมาทุกรูปแบบของการเป็นนักขาย จาก สมัครเล่น สู่ “มืออาชีพ”  จนทำให้วันนี้ บอกได้คำเดียว ว่า ความรวยไม่มีขาย อยากได้ต้องลงมือทำ และสิ่งนี้คือการพลิกชะตาฟ้าลิขิต กำหนดชีวิตด้วยตัวเอง กลายมาเป็นนักธุรกิจพันล้าน

คอลัมน์ “ดร.บุญมา พารวย” จะมาเผยเคล็ดลับแห่งความสำเร็จให้กับผู้อ่านทุกท่านได้ติดตามทุกฉากทุกตอน เพราะความจนไม่ใช่กรรมพันธุ์ของมนุษย์  คนเราอาจพ่ายแพ้ อาจทุกข์ทรมาน โดนดูถูกเหยียดหยาม หมดสิ้นหนทาง เพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำได้

ชีวิตลูกชาวนาอย่างผม ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบที่สวยงาม หลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ( ม.6)  ตัดสินใจเดินทางจากบ้านเกิดเข้ากรุงเทพฯ พร้อมเพื่อนสนิทและเงินติดตัวไปแค่ 800 บาท เป้าหมายตอนนั้นคือหางานทำและเก็บเงินส่งมาให้พ่อแม่ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แต่งานแรกในโรงงานผลิตเสื้อผ้าไม่ได้เป็นอย่างที่คิด ค่าแรงกับสภาพการทำงานที่หนักเกินไปไม่คุ้มกันเลยระหว่างทางที่ตัดสินใจกลับมาตั้งหลักบ้านเกิด  มีคนมาชักชวนให้เข้าสู่อาชีพ “นักขาย” ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่อยู่ในสมองของผมมาก่อนเลยและถอดใจตั้งแต่การอบรมในวันแรก แต่อาจด้วยโชคชะตาที่ให้ต้องได้เป็นนักขาย เมื่อผู้จัดการฝึกอบรมมาปรับทัศนคติใหม่ ให้แง่คิดที่ดีกับผม  ได้เรียนรู้ว่า “ นักขายที่ดีนั้นต้องมีความตั้งใจจริง และใส่ใจเรียนรู้ในสิ่งที่ทำอยู่ตลอดเวลา ”

ผมทำงานขายเครื่องครัวด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ บวกกับความกลัวในคำสบประมาทของคนอื่น จึงใช้เวลาไม่นาน ผมกลายเป็นพนักงานขายที่มียอดขายสูงสุดของบริษัท เติบโตในหน้าที่งานขาย ก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีม  ผู้จัดการสาขา และ ผู้จัดการศูนย์ตามลำดับ

แต่ชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่ความสำเร็จอยู่เพียงด้านเดียวเท่านั้น เมื่อมีคนมาชักชวนให้ไปร่วมทุนทำธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกประเภท  ผมไม่ลังเลกับโอกาสที่มาถึงเลย ตอบรับคำชวนทันทีพร้อมกับนำเงินเก็บ ที่มีอยู่ราว 200,000 บาท มาร่วมลงหุ้นด้วยหัวใจอันพองโต  เพราะไม่ใช่แค่พนักงานเหมือนที่ผ่านมา แต่กลายมาเป็นเจ้าของบริษัทส่วนหนึ่งแล้ว

ชีวิตเถ้าแก่ใหม่ มันช่างจบลงเร็วเกินคาด… เพียงแค่ปีเดียวธุรกิจของผมก็ไปไม่รอดมาถึงกาลอวสาน สิ่งที่เกิดขึ้นผมไม่โทษใคร แต่เพราะความอ่อนด้อยประสบการณ์ของตัวเอง และถือเป็นบทเรียนให้ได้เรียนรู้ ในวันข้างหน้าต่อไป

ในวันที่ล้ม… อ่อนแอ…เสียงดูถูกเหยียดหยาม ซ้ำเติมจากคนรอบข้างบางคน ทำให้ผมเครียดถึงขึ้นคิดฆ่าตัวตาย ทุกอย่างมันดูมืดมน ขุ่นมัวไปหมด  แต่อะไรจะเป็นแรงพลังสำคัญที่ทำให้ผมฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้ โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ…