21 May 2022


(ประมวลภาพ) มวลน้ำ“ลำเชียงไกร” ทะลักท่วม อ.โนนไทย-โนนสูงจมบาดาลระดับชาวบ้านจำนวนมากเดือดร้อนหนัก

Post on: Sep 28, 2021
เปิดอ่าน: 518 ครั้ง

 

มวลน้ำมหาศาลจาก “อ่างฯลำเชียงไกร”โคราชทะลักจากอ่างที่ชำรุด ท่วม พท. อ.โนนไทย-โนนสูง จมบาดาล ทั้งไร่นา ถนน โรงเรียน บ้านเรือนรับน้ำถ้วนหน้า ผู้ว่าฯ ยังนอนยังอ่างไม่แตก แต่จงใจให้ให้ออกช่องทางชำรุด ขณะที่รองอธิบดีกรมชลฯ ลง พท.ขอดูด้วยตาตัวเอง เร่งผลักน้ำลงน้ำชี ลดความเดือดร้อนปชช. ป้องน้ำจากลำน้ำสาขาไม่ให้เข้ามาเติม คาด 7-14 วันสถานการณ์คลี่คลายหากฝนไม่ตกมาเติม  ด้านอาสากู้ภัยและทุกหน่วยระดมกำลังช่วยขนย้ายข้าวของ อพยพคนทั้งเด็ก คนชรา ป่วยติดเตียงหนีน้ำท่วม ขณะทั้งจังหวัดประสบน้ำท่วม แล้ว 16 อำเภอ 54 ตำบล 164 หมู่บ้าน

วันนี้ ( 27 ก.ย.) นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมของจังหวัดนครราชสีมา ว่า จ.นครราชสีมา ได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมพาดผ่านทำให้ฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 16 อำเภอ 53 ตำบล 1 ทน. 181 หมู่บ้าน 3 ชุมชน ประชาชนประสบภัย รวม 5,557 ครัวเรือน โรงเรียน 3 แห่ง วัด 6 แห่ง ถนน 152 สาย ท่อระบายน้ำ 4 จุด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว รวม 5 อำเภอ 8 ตำบล 10 หมู่บ้าน คงเหลือประสบภัย 11 อำเภอ 54 ตำบล 164 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร 4 ชุมชนส่วนสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย ที่ทำนบดินชั่วคราวกั้นเขตก่อสร้างอาคารประตูระบายน้ำที่อยู่ระหว่างก่อสร้างชำรุดเป็นช่องขนาดใหญ่และขยายกว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้น้ำในอ่างฯไหลทะลักลงสู่ลุ่มน้ำลำเชียงไกรเป็นจำนวนมาก นั้น ทางชลประทานนคราชสีมา จำเป็นต้องเปิดช่องทางระบายน้ำออกจากอ่างฯ เพิ่มเติมจากเดิม เพื่อระบายน้ำออกเนื่องจากเกินความจุ ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากอ่างเก็บน้ำแตกหรือสันเขื่อนเสียหายจากน้ำแต่อย่างใด ช่องระบายน้ำที่เกิดขึ้นเป็นเจตนาในการเพิ่มช่องทางระบายน้ำออกจากอ่าง ซึ่งจากมวลน้ำที่มากขึ้นหากไม่มีการเปิดช่องระบายน้ำเพิ่มเติมอาจจะทำให้สันเขื่อนเกิดความเสียหายได้

สถานการณ์น้ำท่วม ลุ่มน้ำลำเชียงไกร ขณะนี้ถือเป็นลุ่มน้ำที่น่าเป็นห่วงที่สุด ส่วนลุ่มน้ำลำพระเพลิง ลำตะคอง ยังต้องเฝ้าระวังจับตาเช่นกันจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง พี่น้องประชาชนทุกพื้นที่จะต้องขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงไว้ก่อนในช่วงนี้

ในวันเดียวกัน นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายเกรียงไกร ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8  นายกิติกุล  เสภาศีราภรณ์  ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครราชสีมา และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่อำเภอด่านขุนทด อำเภอพระทองคำ อำเภอโนนไทย และอำเภอโนนสูง อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีปริมาณน้ำท่าตามแหล่งน้ำธรรมชาติไหลหลากลงสู่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร(ตอนล่าง)ในปริมาณมาก ทำให้น้ำในอ่างฯเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร(ตอนล่าง)มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 45.43 ล้านลูกบาศก์เมตร ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากวานนี้(26 ก.ย. 64) ประมาณ 0.31 เมตร มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ 33.459 ล้านลูกบาศก์เมตร มีการระบายน้ำวันละ 30.294 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ลุ่มต่ำด้านท้ายอ่างฯ ได้รับผลกระทบได้แก่ หมู่ที่5 , 8 ตำบลจันอัด หมู่ที่1 , 4 , 6 , 8 , 9 และ 13 ตำบลเมืองปราสาท หมู่ที่ 1 , 2 ตำบลลำมูล หมู่ที่ 6 , 10 ตำบลบิง หมู่ที่ 2 ตำบลดอนชมพู หมู่ที่ 4 , 11 , 13 ,15 และ 19 ตำบลธารปราสาท ชุมชนสวนผัก เทศบาลตำบลโนนสูง อำเภอโนนสูง, หมู่ที่ 9 บ้านลำเชียงไกร ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา และหมู่ที่ 2 , 4 , 5 , 7 และ 9 ตำบลหนองบัวละคร อำเภอด่านขุนทด ซึ่งเป็นพื้นที่เหนืออ่างฯ หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมในพื้นที่ปริมาณน้ำท่าที่ไหลลงอ่างฯจะเริ่มลดลงตามลำดับ คาดว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 7-14 วัน กรมชลประทาน ได้ติดตั้งกาลักน้ำ เพื่อเร่งการระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง)  และติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในลำเชียงไกร เร่งระบายน้ำให้ไหลลงสู่แม่น้ำมูลให้เร็วขึ้น

 นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนรถสูบส่งน้ำระยะไกลจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 5 นครราชสีมา ช่วยเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร(ตอนล่าง) รวมไปถึงการวาง Big Bag บริเวณคันกั้นน้ำบ้านโนนสง่า เพื่อป้องกันน้ำจากลำห้วยสามบาท ลำห้วยลุง ไหลเข้าสมทบน้ำที่ท่วมขังที่บ้านบึงบัวทอง ตำบลหนองบัวละคร อำเภอด่านขุนทด ที่สำคัญได้รายงานสถานการณ์น้ำไปยังศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ จังหวัดนครราชสีมา ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ องค์กรปกครองท้องถิ่น เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์และแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการ และหากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอดเวลา