3 December 2021


ตอบรับท่วมท้น! คอนเสิร์ต“Music For Our City”ประสบความสำเร็จชี้สัญญาณดีนายก“ตู่”ประกาศเปิดประเทศ

Post on: Oct 16, 2021
เปิดอ่าน: 205 ครั้ง

 

ปลื้ม! Music For Our City  คอนเสิร์ตเพื่อพี่น้องผองเพื่อนชาวดนตรีโคราช ฝ่าวิกฤติโควิด-19 ได้รับการตอบรับท่วมท้น ประสบความสำเร็จเกินคาด กลุ่มศิลปินกว่า 50 วงได้โชว์พลังทางดนตรีเต็มที่ เผยเริ่มมีความหวังและพลังใจ ตัดพ้อชีวิตสุดลำบากไม่มีเวทีไม่มีรายได้ ต้องหันไปประกอบอาชีพอื่นแทน ชี้เป็นสัญญาณที่ดีหลังนายก “ตู่” ประกาศเปิดประเทศ คาดชีวิตสายดนตรีจะหวนกลับมาได้อีกครั้ง

วันนี้ (15 ต.ค.) นายวีรพล   จงเจริญใจ   ประธานกรรมาธิการสถาปนิกอีสานแกนนำการจัดงาน Music for our city เปิดเผยว่า  การจัดงานแสดงคอนเสิร์ตเพื่อพี่น้องผองเพื่อนชาวดนตรีโคราช หรือ Music For Our City  ที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มพันธมิตรองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงสื่อมวลชนภายใต้สมาคมสมาพันธ์สื่อมวลชนพันธมิตรนครราชสีมาเพื่อช่วยเหลือกลุ่มศิลปินชาวโคราชที่ได้รับผลกระทบจากการะบาดของโควิด-19 วันนี้เดินทางมาไกลมาก มีกลุ่มศิลปินชาวโคราชตอบรับเข้าร่วมโครงการดังกล่าวรวมกว่า 50 วง เกินความคาดหมาย เราบันทึกเทปการแสดงมาถึง EP.8  ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากได้รับความร่วมมือจากกลุ่มศิลปิน และการตอบรับจากประชาชนชาวโคราชรวมถึงผู้ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ซึ่งต้องขอบคุณทุกคนที่ทำให้งานดังกล่าวเดินทางมาได้ไกลเกินกว่าที่คาดคิดไว้   และล่าสุดทางรัฐบาลมีการประกาศเปิดประเทศในเดือน พ.ย.นี้ ทำให้บรรยากาศดีขึ้น รวมถึงกลุ่มศิลปินก็มีความหวังมากยิ่งขึ้น ล่าสุดเทปบันทึกการแสดงสดของกลุ่มศิลปินได้ออนแอร์มาถึง EP.4  ในวันเสาร์ที่ 16 ต.ค.นี้ มีศิลปินรับเชิญที่มีชื่อเสียงมาร่วมแสดงคอนเสิร์ตในทุก EP.

ด้านศิลปินรุ่นใหญ่อย่างวง The finix  นำโดย อาจารย์ต้น นอกจากจะมีอาชีพครูที่วิทยาลัยนาฎศิลป์นครราชสีมา แล้วยังเป็นนักร้องนำของวงด้วย กล่าวว่า รายได้หลักที่ผ่านมาได้จากการเป็นนักร้องที่ประจำอยู่ร้าน ฮอปเบียร์เฮ้าส์ มีสมาชิกในวง 4 คน หลังจากโควิดระบาดต่างคนต่างไปใช้ชีวิตของตัวเอง แต่เรายังโชคดีที่มีอาชีพเป็นข้าราชการครู แต่รายได้ก็หายไปเกือบ 60-70% เพราะแค่เงินเดือนครูก็ไม่พอใช้จ่ายทุกคนลำบากกันหมดแต่ก็ต้องดิ้นรนกันไป งานแสดงหายไปโดยสิ้นเชิงเรียกว่าชีวิตนี้ถูกปิดตายไปเลย เมื่อมีงานคอนเสิร์ต Music For Our City   ขึ้นมากก็ทำให้เรากลับมาจับเครื่องดนตรี และร้องเพลงอีกครั้ง ได้มารวมตัวกันอีกครั้ง เป็นคอนเสิร์ตที่ดีต่อใจคนดนตรีมาก ๆ อย่างน้อยเราก็ได้เจอหน้ากัน หวนคิดถึงชีวิตที่เราเคยแสดงดนตรีและรวมงานกันถือเป็นโครงการที่ดีมาก สิ่งที่อยากฝากไปยังรัฐบาลเข้ามาช่วยดูแลกลุ่มนักดนตรี คือ เรื่องสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ควรมีมาตรการในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ลำบากอย่างจริงใจไม่ใช่การชะลอการจ่ายชำระหนี้เท่านั้น แต่ควรมีมาตรการที่ลูกหนี้ได้ประโยชน์ด้วย เช่นการพักหนี้ 1 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ย เป็นต้น

ขณะที่วงดนตรีวัยทีนอย่าง วง”จั๊กนิด” ซึ่งมีสมาชิกในวงตั้งแต่วัยเรียนอยู่มัธยมถึงมหาวิทยาลัย นำโดย “สไปรส์” หนุ่มน้อยวัย 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา กล่าวว่า วันนี้ดีใจที่ได้เจอกับเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ที่ร่วมวงกันอีกครั้ง หลังจากโควิดทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปเรียนออนไลน์  จากเดิมที่เราเคยใช้เวลาว่างจากการเรียนไปเล่นดนตรีตามร้านอาหารแถวหน้ามหาวิทยาลัย แต่หลังโควิดระบาดงานทุกอย่างหายไปทั้งหมด รายได้ที่ไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ก็หายไปเช่นกัน ก็เคยคุยกันที่จะทำ You Tube แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือทำเพราะเราต้องหาคอนเทนต์ที่แตกต่างจากคนอื่น จึงจะมีความน่าสนใจ การได้มาร่วมงานแสดงดนตรี Music For Our City   ครั้งนี้ถือเป็นการกลับมาเล่นดนตรีกันเต็มวงอีกครั้ง และยังได้เจอกับนักดนตรีรุ่นพี่ที่มาแสดงในงานนี้เป็นโครงการที่ดีและได้ประสบการณ์เพิ่มเติมด้วย

ด้านนักร้องนำอย่าง “เหิรฟ้า” จากวง “เหริฟ้า” ที่ยึดอาชีพนักดนตรีมา 7-8 ปีกับเพื่อนๆรวม 3 ชีวิต ร้องเพลงสไตล์เพื่อชีวิต เร็กเก้  ปกติร้องประจำอยู่ที่บ้าน “บัวบาร์” ในซอย 30 กันยา เขตเทศบาลนครราชสีมา กล่าวว่า ทุกคนในวงก็ลำบากกันทั้งหมด เพราะรายได้ที่เคยมีหายไปทั้งหมด ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปกันใช้ชีวิตไม่ได้เจอกัน บางคนมีงานประจำก็โชคดีหน่อย แต่ก็ถือว่าลำบากเพราะรายได้หลักจริง  ๆ มาจากการเล่นดนตรีบางคนก็ไปยึดอาชีพไรเดอร์ กระทั่งมีโครงการคอนเสิร์ตดี ๆ แบบนี้ก็ช่วยให้นักดนตรีซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบก่อนกลุ่มอื่น และมักถูกเปิดให้ดำเนินกิจการได้ท้ายสุด วันนี้อยากให้ภาครัฐเห็นใจกลุ่มศิลปินหากกิจการใดที่สามารถเปิดได้ภายใต้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุขก็ควรเปิดให้ดำเนินการได้เพื่อให้ทุกอาชีพเดินหน้าต่อไป

ปิดท้ายด้วย “น้องเกรซ” สาวน้อยวัย 18 ปีแห่งวง “B Mind” กล่าวว่า ต้องขอบคุณผู้จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ขึ้น  ขอบคุณสปอนเซอร์ทุกท่านที่ทำให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นมาได้ ทำให้คนดนตรีไม่ถูกลืม ถือเป็นการสร้างปรากฎการณ์ที่เป็นรูปธรรมขึ้นมาได้จริง ทำให้คนดนตรีมีกำลังใจ มีพลังที่จะไปต่อ   เพราะทุกคนลำบากมากในช่วงการระบาดของโรคนี้ แม้แต่ครอบครัวของตนที่ทำอาชีพนักดนตรีเป็นหลักตั้งแต่คุณพ่อ งานทุกอย่างก็หยุดชะงักต้องหันไปทำอาหารขาย แต่ก็ขายไม่ดี เพราะทุกคนหันมาขายของกันหมดบางวันขายได้บ้างไม่ได้บ้าง วันนี้อยากให้รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของสายอาชีพคนกลางคืนที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการแสดงดนตรี การเปิดสถานบันเทิง ควรหามาตรการหรือแนวทางในการช่วยเหลือเพื่อให้กิจการเปิดได้ทุกคนจะได้เดินหน้าใช้ชีวิตต่อไปได้ มีเงินมาจุนเจือครอบครัว และอำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรมซึ่งเราเข้าใจว่า ทุกอย่างจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์แต่เราก็ต้องหามาตรการที่จะให้ทุกอย่างเดินหน้าแบบ New normal