3 December 2021


สนาม อบจ.โคราชเข้มข้น! “หมอแหยง”แฉมีซื้อเสียงหัวละ 2-3 พันบาท จี้ กกต.ตรวจสอบ

Post on: Nov 21, 2020
เปิดอ่าน: 278 ครั้ง

 

สนามเลือกตั้ง อบจ.โคราชเข้มข้น ” หมอแหยง” แฉมีซื้อเสียงหัวละ 2-3 พันบาท จี้ กกต.ตรวจสอบ

วันนี้ (20 พ.ย. 63) เวลา 12.00 น. ที่บริเวณลานจอดรถ โรงแรมเฮอร์มิเทจ ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา หมายเลข 3 “กลุ่มรักษ์โคราช” ได้จัดกิจกรรม Kick Off ปล่อยขบวนรถแห่หาเสียง จำนวน 49 คัน เพื่อออกไปประชาสัมพันธ์ตามพื้นที่เขตเลือกตั้งทั้ง 48 เขตใน 32 อำเภอ ก่อนถึงวันเลือกตั้งนายก อบจ.ในวันที่ 20 ธันวาคม 2563

นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก ผู้สมัครนายก อบจ.นครราชสีมา หมายเลข 3 กลุ่มรักษ์โคราช กล่าวว่า ตนลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างหนัก วันละ 10 กว่าจุด เพื่อเสนอนโยบายการจัดตั้งสภาประชา ให้ประชาชนทุกเขต ทุกอำเภอ ได้มีสิทธิ์มีเสียงในการเข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของ อบจ.ปีละ 4,000 ล้านบาท ให้สามารถใช้พัฒนาจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรงใส่ที่สุด สลายภาพลักษณ์ สภาฮั้ว ของกลุ่มผู้รับเหมา จึงทำให้เกิดแรงต้านจากนักการเมืองกลุ่มเดิม ไม่มีใครเอาด้วย วันนี้จึงต้องเดินคนเดียว แม้จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะเป็นความตั้งใจจริง เพราะเราไม่มีเงินถุงเงินถังเหมือนคู่แข่ง เดินสายหาเสียงปากเปล่า มีเพียงนโยบายดีๆ เสนอประชาชนเท่านั้น

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีพรรคเพื่อไทย เข้ามาสนับสนุนตนเองในการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น ขอยืนยันว่าไม่มีพรรคการเมืองใดมาสนับสนุน เพียงแต่ว่าในวันรับสมัครเลือกตั้ง อบจ. ตนได้เข้าไปจับมือกับนักการเมืองหลายคน และมีนักการเมืองฝั่งของพรรคเพื่อไทยด้วย ทำให้สื่อไปตีความว่าพรรคเพื่อไทยมาสนับสนุนตนเอง ซึ่งเรื่องนี้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ตนเองลงสมัครในนามกลุ่มอิสระ ชื่อกลุ่มรักษ์โคราชเท่านั้น และพร้อมที่จะร่วมมือกับนักการเมืองทุกพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา ให้มีความเจริญในทุกด้าน ขณะเดียวกันจากการลงพื้นที่หาเสียง มีพลเมืองดีมาแจ้งว่า ตอนนี้มีการจ่ายเงินให้กับผู้ที่ไปฟังการปราศรัยหาเสียงกันแล้ว โดยให้หัวหน้า 3,000 บาท รองหัวหน้า 2,000 บาท ส่วนประชาชนทั่วไปให้ 200 บาท แต่ตนเองก็ไม่ได้ไปจับผิดอะไรและไม่มีหลักฐานเป็นเพียงข่าวที่เขาบอกต่อกันมา มีแต่ตนเองที่ถูกร้องเรียน และตอนที่ตนเองลงพื้นที่เงียบมากไม่มีคนกล้าออกมา เมื่อเข้าไปเคาะประตูพบปะชาวบ้านก็บอกว่าสนับสนุนตนเองเต็มที่ แต่ที่ไม่กล้าออกไปฟังตนปราศรัย เพราะถูกผู้นำชุมชนห้ามไว้ ดังนั้นจึงอยากฝากให้ทาง กกต.จังหวัดนครราชสีมา จัดชุดหาข่าวในเรื่องนี้ด้วย

  นอกจากนี้ นพ.สำเริง ยังกล่าวถึงนโยบายที่จะทำสำหรับคนรุ่นใหม่ว่า ทันทีที่ได้รับตำแหน่งนายกฯจะย้ายสำนักงานฯเป็นสิ่งแรกและจะปรับพื้นที่เดินหน้าวัดสุทธจินดา ทำเป็นแลนด์มาร์คใหม่เมืองโคราชมีพื้นที่ให้เยาวชนมาแสดงความสามารถและหนุนกีฬาเพื่อคนรุ่นใหม่จะทำการแข่งขันอี-สปอตให้คนรุ่นใหม่ได้มาใช้ความสามารถและความคิดของตนเองเปิดเวทีให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสภาประชาชนและผลักดันงบด้านการศึกษาผ่านสภาดังกล่าวด้วย นพ.สำเริง กล่าว