30 September 2022


“ชาติพัฒนา”เดินหมากการเมืองชี้ผลตอบรับดีดึงกรณ์-กอร์ปศักดิ์เสริมทัพ ศก.นัดประชุมใหญ่26 ก.ย.นี้พร้อมรีแบรนด์พรรคใหม่

Post on: Sep 9, 2022
เปิดอ่าน: 96 ครั้ง

 

ชาติพัฒนาเดินหมากการเมือง!รับ กรณ์-กอร์ปศักดิ์ เข้าพรรคเสริมแกร่งทีมเศรษฐกิจ เชื่อปากท้อง ปชช.เป็นเรื่องสำคัญ พรรคได้รับผลตอบรับดี เตรียมจัดประชุมใหญ่ 26 ก.ย.นี้ ที่โคราชตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่ม พร้อม “รีแบรนด์พรรคใหม่” ให้ไฉไล ทันสมัย ทิ้งภาพลักษณ์เดิม อุบชื่อพรรค

ช่วงเย็นวันนี้ (9 ก.ย.)ที่พรรคชาติพัฒนา  ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จ.นครราชสีมา  นายสุวัจน์  ลิตปพัลลภ ประธานกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา    ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา พร้อมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า จากการประชุมคณะกรรมการมีมติสำคัญอยู่ 3 ประเด็นหลักคือ 1. ที่ประชุมได้รับทราบการรับนายกรณ์  จาติกวณิช และนายกอร์ปศักดิ์  สภาวสุ จากพรรคกล้า เข้าเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนา  2. ในโครงสร้างพรรคชาติพัฒนา มีโครงสร้าง 2 ระดับมีตำแหน่งประธานพรรคชาติพัฒนา และมีตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์อยู่ 4 คณะคือ  ประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ  สังคม การเมือง และเทคโนโลยี ส่วนในระดับบริหารนั้นก็จะมีหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารฯ  ขณะนี้มีตำแหน่งประธานพรรคชาติพัฒนาคือ ตนเอง แต่ไม่ได้มีตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค เมื่อนายกรณ์ และนายกอร์ปศักดิ์ ได้มาเป็นสมาชิกพรรคฯ และทางพรรคฯ ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและเคยแถลงข่าวไปแล้วว่า อยากให้ท่านกรณ์ เข้ามาช่วยเป็นทีมเศรษฐกิจให้กับพรรคชาติพัฒนา วันนี้จึงได้คุยกับเรื่องของตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของพรรค ได้แต่งตั้งท่านกอร์ปศักดิ์  สภาวสุ ซึ่งท่านเคยอยู่พรรคชาติพัฒนามาก่อนและเป็น รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เป็น ส.ส.นครราชสีมา และเคยเป็น รมช.พาณิชย์ ฉะนั้นก็เป็นว่าประสบการณ์ท่านเกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจโดยตรง ที่ประชุมจึงมีมติแต่งตั้งท่านกอร์ปศักดิ์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของพรรคชาติพัฒนา

ส่วนเรื่องที่ 3 การกำหนดการประชุมใหญ่ของสมาชิกพรรคที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ก.ย.นี้ที่ จ.นครราชสีมา และวาระสำคัญในการประชุมใหญ่ครั้งนี้คือเนื่องจากว่าหัวหน้าสาขาพรรคชาติพัฒนาประจำจังหวัดนครราชสีมาได้ลาออกจึงต้องมีการสรรหาหัวหน้าสาขาพรรคคนใหม่ขึ้นมาแทน  และท่านประธานกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก ที่ลาออกไป ฉะนั้นอีก5-7 เดือนที่ใกล้เลือกตั้งจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องได้ประธานสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง  และอีกประการคือ ปัจจุบันมีตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคว่างประมาณ7-8 ตำแหน่ง เช่น รองหัวหน้าพรรคฯ รองเลขาธิการพรรคฯ ฉะนั้นในวันดังกล่าวก็จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่างลงในบางตำแหน่ง และอาจจะมีหารือกันเรื่องเกี่ยวกับการปรับปรุงภาพลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับพรรคชาติพัฒนาเพื่อให้ดูทันสมัยหรือมีความเป็นสากล เราเคยพูดว่าจะ “รีแบรนด์พรรคใหม่” ก็จะมีการหารือกับสมาชิกพรรคในเรื่องนี้เช่นกัน อันนี้จะเป็นเรื่องการประชุมใหญ่

นายสุวัจน์ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเรื่องการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า วันนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ และนายเทวัญ  ลิปตพัลลภ ก็ยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่   ส่วนนายกรณ์ นั้นจะวางไว้แค่เป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ นายสุวัจน์กล่าวว่า ณ  ขณะนี้ ท่านยังเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนายังไม่ได้มีตำแหน่งในกรรมการบริหารพรรค แต่ว่าในวันที่ 26 ก.ย.นี้เราจะแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรค 7-8 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตามในการเปลี่ยนแปลงหรือรีแบรนด์พรรคใหม่แล้วเชื่อว่า ภาพลักษณ์ของพรรคชาติพัฒนาด้านเศรษฐกิจก็จะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น  ประชาชนในแต่ละจังหวัดที่มีสมาชิกพรรคอยู่ก็มีการขานรับที่ดีก็มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพราะเรื่องเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนต้องการเห็นการแก้ไข จากนี้ไปต้องขอเรียนให้ทราบว่า พรรคชาติพัฒนาก็จะเตรียมความพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งอย่างชัดเจนนโยบายต่าง ๆการปรับโครงสร้างพรรคต่างๆ  ทีมเศรษฐกิจ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง  จะเป็นความเปลี่ยนแปลง ความเคลื่อนไหว หรือความทันสมัยของพรรคชาติพัฒนาอย่างแน่นอน

ต่อข้อถามที่ว่า คำว่ารีแบรนด์พรรคใหม่หมายถึงการเปลี่ยนชื่อพรรค เปลี่ยนโลโก้ หรือไม่นั้น นายสุวัจน์ ตอบว่า  เหมือนกับว่าเป็นการสร้างความแปลกใหม่ให้กับพรรคชาติพัฒนาในทุก ๆ มิติที่เราคิดว่าวันนี้มันเหมือนกับว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างให้เกิดความทันสมัย ความชัดเจน อะไรต่างๆ ตอนนี้ยังไม่อยากพูดชัดเจนว่าจะเปลี่ยนอะไรบ้าง แต่โดยภาพรวมในวันที่ 26 ก.ย.นั้นจะให้สมาชิกพรรคทั้งหมดได้ช่วยกันออกความคิดเห็นว่าเราจะเดินหน้าแบบนี้ด้วย CI (Corporate  Identity)หรือภาพลักษณ์องค์กร อะไรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อะไรที่เป็นเรื่องภาพลักษณ์เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความชัดเจนกับพรรคเป็นเรื่องที่ดูแล้วเหมาะสมและทันสมัยทันต่อเหตุการณ์