20 April 2024


สู้ไม่ถอย! ครูโคราชพร้อมรวมพลบุกกรุงร้อง “ลุงตู่” เห็นใจถูกไล่ออกคดีสนามฟุตซอลฉาว

Post on: Sep 10, 2020
เปิดอ่าน: 630 ครั้ง

 

ไม่จบง่าย! ครูโคราชเรียกระดมพลอีกครั้งยื่นหนังสือผู้ว่าโคราชประสานนายกรัฐมนตรีให้ทบทวนคำสั่งป.ป.ช.ที่มีคำสั่งให้ออกจากราชการไปแล้ว 7 รายและเตรียมให้ออกอีก 56 รายคดีสนามฟุตซอลฉาว เตรียมเคลื่อนทัพใหญ่บุกกรุงหากไม่ได้รับการช่วยเหลือ

วันนี้ ( 9 ก.ย.63) ที่ ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดนครราชสีมา ดร. ปิยะพัชร์ เดชจรรยา เลขาชมรมคนไม่ทนต่อการทุจริตเปิดโปงอย่างสร้างสรรค์ รักษาและผดุงไว้ซึ่งจริยธรรมคุณธรรมของสังคม พร้อมด้วยนายปฐมฤกษ์ มณีเนตร ประธานชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิครูจังหวัดนครราชสีมา ดร.ชูเกียรติ วิเศษเสนา อดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 31 ได้เรียกประชุมครูที่ได้รับผลกระทบจากคดีฟุตซอลอีกครั้ง โดยใช้ชื่อ “ชุมนุมใหญ่ภาคประชาชน ชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิครูจังหวัดนครราชสีมา” โดยมีการติดป้ายเขียนข้อความตัดพ้อไว้ด้านหน้าและข้างเวทีว่า ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มนุษย์ทนได้ทุกเรื่อง ยกเว้นความยุติธรรมจะทนไม่ได้  เป็นต้น โดยมีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เดินทางมารับหนังสือ ขอความเป็นธรรม และรับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับครู เพื่อส่งมอบต่อให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลัง ปปช.มีคำสั่งให้บุคลากรทางการศึกษาจำนวน 8 ราย ออกจากราชการ และยังจะมีคำสั่งไล่ออกจากราชการตามมาอีกจำนวน 56 ราย โดยไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่ามกลางการดูแลความสงบเรียบร้อยของทหารและตำรวจกว่า50นาย

ดร. ปิยะพัชร์ เดชจรรยา เลขาชมรมคนไม่ทนต่อการทุจริตเปิดโปงอย่างสร้างสรรค์ รักษาและผดุงไว้ซึ่งจริยธรรมคุณธรรมของสังคม เปิดเผยว่า หลังจากครูรวมตัวกันเคลื่อนไหวมาครั้งหนึ่งเพื่อยื่นหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดได้รับหนังสือตอบกลับจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค2ค่ายสุรนารีว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดนครราชสีมาทราบว่า คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนมติตามมติทบทวนมติตามมาตรา 99 (พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราบทุจริต พ.ศ.2561) ของ ป.ป.ช.ตั้งแต่วันที่3ส.ค.2563 โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ30-45วันแล้วจะแจ้งให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทราบต่อไป และในส่วนคดีอาญานั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมฝ่ายผู้แทนอัยการสูงสุดและผู้แทน ป.ป.ช.ตั้งแต่มิถุนายน 2563-ปัจจุบัน จึงต้องรอผลการพิจารณาของคณะกรรมการทั้ง2ชุดเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ดร. ปิยะพัชร์   กล่าวอีกว่า  วันนี้ผู้บริหารและครูในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 64 คน ถูกไล่ออกจากราชการ กรณีสนามฟุตซอล เราไม่อาจนิ่งเฉยและต้องลุกขึ้นสู้เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม จึงการเปิดเวทีเสวนาปัญหาและผลกระทบกรณีโครงการปรับปรุงสนามกีฬาพร้อมอุปกรณ์งบประมาณปี 2555 (สนามฟุตซอล) มีตัวแทนจากกลุ่มครูที่ถูกดำเนินคดี สาเหตุมาจาก

  1. บุคลากรทางการศึกษา คุณครูในจังหวัดนครราชสีมา ได้ถูกชี้มูลความผิดจาก ป.ป.ช. ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ จำนวน 8 คน และกำลังจะมีคำสั่งไล่ออกอีก 56 คน
  2. บุคลากรทางการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านพิจารณาตรวจสอบพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ชี้มูลความผิดต่อบุคลากรทางการศึกษานั้นได้กระทำอย่างไม่มีพยานหลักฐานอะไรเลย มีอคติ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 215 เป็นการกระทำแบบเหมาเข่ง เหมือนทำตามความต้องการของใคร คนใดคนหนึ่ง โดยไม่เกรงกลัวกฎระเบียบข้อบังคับใด ๆ
  3. บุคลากรทางการศึกษาที่เดือดร้อนมิได้ร้องขอสิ่งที่เกินไปกว่าสิทธิอันพึงมีของพวกเขาคือ “ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” ตอกย้ำถึงจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ว่า “มนุษย์ยอมทนได้ทุกเรื่อง ยกเว้นความอยุติธรมจะทนไม่ได้”
  4. ทางชมรมฯ เกรงว่าเรื่องนี้จะลุกลามใหญ่โต จะเกิดความวุ่นวายในสังคมไทย จึงขอเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและประชาชนผู้เสียภาษีในสังคมได้โปรดพิจารณาแก้ไขปัญหาโดยการแต่งตั้งคณะกรรมการที่เป็นกลางขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น นักการเมือง, ผู้รับเหมา, ครู และอื่นๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเร็ว เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริงมาลงโทษให้จงได้
  5. พวกข้าพเจ้า จะขอต่อสู้เคลื่อนไหวในทุกช่องทางที่สามารถทำได้ ภายใต้กฎระเบียบข้อบังคับของสังคมไทย ขอเรียนว่าเป็นคำสั่งที่อัปยศขององค์กร ป.ป.ช. ที่มีต่อบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีต 6.ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 215 ได้บัญญัติไว้ว่า องค์กรอิสระเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้น ให้มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เป็นไปตามรัฐธรมนูญและกฎหมาย

ทั้งนี้หากข้อเรียกร้องยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเราจะกำหนดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่โดยจะมีการเรียกรวมพลที่ จ.นครราชสีมา ก่อนเคลื่อนทัพบุกเมืองหลวง แต่เราจะเคลื่อนไหวโดยสงบสันติซึ่งจะหารือกันอีกครั้ง

ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ทางผู้นำครูได้มีการนำหนังสือเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดมามอบให้ซึ่งตนจะ ส่งมอบต่อให้กับท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ท่านทราบข้อเท็จจริงและความเดือดร้อนของกลุ่มครู เพื่อนำกลับมมพิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่ง สวนข้อเท็จจริงตนยังไม่ทราบถึงรายละเอียดเบื้องลึก เกี่ยวกับเรื่องเรียกร้องขอความเป็นธรรม ทาง ป.ป.ช. ก็มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ว่าองค์กรสามารถที่จะตั้งองค์กรกลางขึ้นมาตรวจสอบได้ จากนั้นต้องมีการสะท้อนแง่มุมต่างๆทางกฎหมาย   เบื้องต้นจะนำเอกสารผ่านไปทางท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับข้อเรียกร้องต่างๆ เพื่อให้ทบทวนคำสั่ง เกี่ยวกับการไล่ข้าราชการครูออกจากราชการ แต่ยังไงก็ต้องยึดหลักกฎหมายของประเทศชาติเป็นหลัก และตามเอกสารหลักฐาน ในการชี้มูลความผิด ขณะเดียวกันครูก็ยังไม่หวังหากนายกพิจารณาดูแล้วอาจจะส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช. แต่ตราบใดที่คำสั่งยังไม่ออกเกี่ยวกับไล่ครูออกจากข้าราชการ หรือเรื่องยังไม่จบ ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะเสนอข้อมูล ร้องขอความเป็นธรรม

ขณะที่ น.ส.พูนพิศมัย  เปี่ยมสุวรรณ  อายุ50ปี อดีต ผอ.โรงเรียนบ้านหินดาด อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาเขต2 ซึ่งถูกให้ออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 2563 กล่าวว่าวันนี้ชีวิตล้มเหลวมากไม่รู้ชะตากรรมแผนที่เคยวางไว้ในอาชีพครูต้องพังทลายลงไป จะไปสมัครงานที่อื่นก็ไม่ได้เพราะถูกไล่ออกกลายเป็นตราบปาบชีวิตไปตลอด วันนี้รู้สึกเสียใจเพราะ ป.ป.ช.ไม่ลงมาสอบข้อเท็จจริงไม่เคยมาสอบเส้นทางการเงินรวมถึงความสัมพันธ์กับนักการเมืองเพราะตนไม่เคยรู้จักนักการเมือง ไม่เคยคุยด้วยซ้ำและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนแต่อย่างใด ทำหน้าที่ครูด้วยความตั้งใจ และไม่เคยเห็นงบแม้แต่บาทเดียว และ รร.ของตนเป็นโรงเรียนขยายโอกาสการ ได้สนามฟุตซอลก็เห็นว่าเหมาะสมตอนส่งงานก็เรียบร้อยดีและมีเป็นร้อย รร.ที่ได้รับการจัดสรรมาพร้อมกันตนจึงไม่คิดเอะใจและเห็นว่าทุกอย่างทำถูกระเบียบจึงอยากขอความเห็นใจ